Location:Home > TURBO GARRETTS > Turbo T SERIES 13 > Thailand got Turbo:Low Boost กับTiida 1.6 คันแรกในไทย

Thailand got Turbo:Low Boost กับTiida 1.6 คันแรกในไทย

Time:2015-01-18 08:03Turbochargers information Click:

Car headlight mag headlight

Share

Tweet



.
.

สวัสดีครับคุณผู้อ่าน

ผมพบว่าตัวเองไม่ได้เขียนบทความอะไรเกี่ยวกับการปรับแต่งเรียกพลังจากเครื่องยนต์โดยใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์
มานานแล้ว ไอ้เจ้า Legacy ที่เขียนไปนั้น..ก็ไม่ได้ปรับแต่งอะไรและมีพื้นฐานเป็นรถเทอร์โบจากโรงงาน
ส่วน Corolla เขียวไข่กานั้นก็เขียนไปตั้งแต่ช่วงปลายปี 2009 ทุกวันนี้รถคันนั้นวางเครื่อง 4A-GE 20 วาล์ว
ฝาดำ แล้วก็เปลี่ยนเป็นฝาน้ำตาลฝุ่น เพราะโดนจอดจนฝุ่นจับ เจ้าของไม่มีเวลาและเงินสานฝันต่อ มันเลยต้อง
จอดประหนึ่งเรือปลดระวางมานานเกือบ 3 ปีแล้ว และตอนที่ทำรถคันนั้นพรรคพวกของผมทุกคนยังค่อนข้าง
ใหม่กับการทำรถแบบติดตั้งเทอร์โบเอง ..ย้อนกลับไปดูว่าตัวเองเลือกอะไรทำอย่างไร ก็สามารถหาจุดผิดได้ว่า
บางอย่างที่พวกเราทำกันไปนั้นยังไม่เหมาะสมกับลักษณะของรถชนิดที่จะเรียกพลังมาใช้ได้คุ้มค่าจริงจัง



วันเวลาผ่านมาหลายปี ผมเริ่มรู้สึกว่าการติดตั้งเทอร์โบชาร์จลงเครื่องยนต์รถบ้านที่หายใจธรรมดานั้น
มีความน่ากลัวน้อยลงกว่าแต่ก่อน เมื่อเราทราบว่าต้นเหตุแห่งการพังคืออะไร และเราหาทางป้องกัน
เสียแต่เนิ่นๆ โอกาสที่จะแย่งข้าวลิงกินกลางทางนั้นก็น้อยลง รถยนต์นั้นเครื่องจะพังด้วยสาเหตุหลัก
ไม่กี่ประการ ในเบื้องต้นจำแนกออกได้ 5 อย่าง ..เป็น 5 ยมฑูตของเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

1. การระบายความร้อนแย่ - เช่นหม้อน้ำตัน หม้อน้ำเล็กเกิน พัดลมอ่อน ทำให้อุณหภูมิของน้ำสูง
ผลคือฝาสูบโก่ง ประเก็นรั่ว
2. ประสิทธิภาพการหล่อลื่นเลว - เช่นการใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพต่ำ หรือน้ำมันเครื่องขาด/อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง
สูงเกินขีดจำกัดการทำงานจนหมดประสิทธิภาพ ผลคือข้อเหวี่ยงละลาย ลูกสูบติด
3. การปรับจูนที่ไม่ลงตัว - เช่นองศาจุดระเบิด หากไฟแก่ไปและเกิดการชิงจุดระเบิด (Detonation) หรือที่เรียกกันว่า
"เครื่องน็อค"เป็นเสียงก๊อกๆ ถ้ายังฝืนเร่งต่อไป อาจส่งผลให้ลูกสูบแตกได้ ส่วนในการปรับจูนน้ำมัน หากน้ำมัน
จ่ายบางเกินไป ส่งผลให้อุณหภูมิการเผาไหม้และอุณหภูมิไอเสียร้อนจัด
4. การเรียกพลังรีดเค้นบ้าคลั่ง - เช่นท่อนล่างรถออกแบบมาให้ใช้งานกับม้า 110 ตัว เราปรับแต่ง
เป็น 400-500 ตัว อวัยวะภายในอาจไม่ทน ลูกสูบอาจแตก แหวนกำลังอัดทนไม่อยู่ ถ้าลากรอบสูงมากไป
อาจก้านสูบขาด เครื่องเหนียวเทพๆอย่าง JZ นั้นทนได้ประมาณ 3 เท่าของกำลังเครื่องเดิมครับ
5. คนขับขั้นไอ้บ้า - ตะบี้ตะบันอัดโดยไม่สน ไม่รู้เรื่อง ไม่เรียนรู้ ไม่คิดอะไร งานอดิเรกคือพังเครื่องแล้วโยน
ความผิดให้จูนเนอร์กับช่างเครื่อง

ลองพิจารณาดูจาก 5 ข้อนี้ จะพบว่าทุกอย่างล้วนป้องกันและบรรเทาได้ทั้งนั้น แต่เข้าใจไว้เลยว่าพังไม่พัง
ปัจจัยหลักมาจากคนขับ ต่อให้รถไม่มีเทอร์โบ แรงม้าเพิ่มจากสเป็คโรงงานไม่มาก ถ้าขับแบบไม่สนใจอะไร
มันก็พังได้ทั้งนั้นแหละครับ

แต่ถ้าวางแผนให้ดีโดยมีการ "ศึกษา" มาให้ถูก และ "ปรึกษา"กับคนที่ถูก โอกาสที่จะได้รถที่ขับถูกใจ
เรี่ยวแรงกำลังดีก็มีมาก และโอกาสที่จะพังกลางทางก็น้อยลงด้วยเช่นกัน

ความเชื่อใหม่เหล่านี้ บวกกับทัศนคติของผมที่มีมาตลอดซึ่งหลายท่านก็อาจจะทราบดีว่า
1. ผมสนับสนุนการใช้ระบบอากาศในการเรียกพลังเครื่องแทนการใช้ความจุโตๆมาได้สักพักแล้ว
2. ผมมีความเชื่อว่ารถที่มีการโมดิฟาย ไม่จำเป็นจะต้องเป็นรถที่ขับยาก ใช้ยาก ดีเฉพาะเวลากดหนักๆ
3. เมื่อคำนวณจากแรงม้าต่อบาทกับความแตกต่างในการขับขี่ในชีวิตประจำวันที่ได้ เทอร์โบดีกว่าเสมอ

จึงเป็นที่มาของรถในคอลัมน์นี้..ไอ้ไข่ต้มอ้วนขาวเป็นไข่ปอกผ่าซีก Nissan Tiida เดิมๆบ้านๆที่ใช้งานมา 55,000
ก.ม. ไม่มีการดัดแปลงอะไรทั้งสิ้นมาก่อนยกเว้นเปลี่ยนวิทยุเป็นของ Nissan Navara MP3 แทนวิทยุเหลาเหย่
ของเดิมที่เสียงก็ไม่ดี MP-Three ก็เล่นไม่ได้ ยัดยังไงก็ได้แค่แผ่นเดียวอีกต่างหาก ..แต่วันนี้จะถูกนำมาเพาะกล้าม
ด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์

ไม่ใช่ Tiida Turbo คันแรกในไทย..เพราะในไทยมีคนเอา Nissan Tiida วาง SR20DET ไปแล้ว แต่ถ้าเป็นการติดตั้ง
เทอร์โบลงกับเครื่องเดิมติดรถ..เพิ่งจะเห็นมีคันนี้เป็นคันแรกใน Tiida Club และอาจเป็นคันแรกในประเทศมั้ง

อันที่จริงต้องขอบคุณในความไม่แน่ไม่นอนที่ว่า Nissan ประเทศไทยจะนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ MR16DET
ตัวแรงมาให้เราใช้กันได้เมื่อไหร่..ปีนี้..ปีหน้า..หลายปีข้างหน้า..ถ้าก่อนหน้านี้ Nissan ประกาศให้เรารู้กันว่า
ชาวบ้านงบประมาณล้านบวกลบในไทยจะมีโอกาสได้กระทืบไลค์พลัง 1.6 เทอร์โบล่ะก็..Project นี้ไม่มีทางเกิด!


ว่าแล้วก็มาเริ่มกันเลยครับ ผมจะเขียนในลักษณะการทำตั้งแต่เริ่มยันจบในแบบที่ค่อนข้างคล้ายกับการ
ปฏิบัติงานองค์กรหรือการลงระบบ IT ต่างๆ ซึ่งไม่แน่ใจนักว่าท่านจะคุ้นเคยกันหรือไม่ แต่คิดว่าบทความนี้
ยังไม่ใช่วิชาการ 100% และไม่ใช่เขียนแบบไร้สาระ 100% เช่นกัน ก็ลองมาแบ่งแบบนี้ดูครับ


Copyright infringement? Click Here!